วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตารางคำนวนราคางานปัก รับปักเสื้อ เชียงใหม่ รับปักอาร์ม เชียงใหม่ รับปักโลโก้ เชียงใหม่

ตารางคำนวนราคางานปัก รับปั เสื้อ เชียงใหม่ รับปักอาร์ม เชียงใหม่ รับปักโลโก้ เชียงใหม่ ร้านปักเสื้อ เชียงใหม่

ราคา / 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 
พื้นที่ปัก 1 ตร. ซม.
1 - 20 ชิ้น
 21 - 40 ชิ้น
41 - 60 ชิ้น
61 - 80 ชิ้น
81 - 100 ชิ้น
ราคาขั้นต่ำสำหรับพื้นที่ปัก 20 ตร.ซม. แรก (ขนาดกว้าง ประมาณ 10 ซม. สูง 2 ซม.)
35
30
30
25
20
หลังจากนั้นราคาเพิ่มขี้น
75 สตางค์
75 สตางค์
75 สตางค์
75 สตางค์
75 สตางค์
 ตร. ซม. ละ





ค่าบล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค






ราคา / 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน

พื้นที่ปัก 1 ตร. ซม.
101 - 150 ชิ้น
151 - 200 ชิ้น
201 - 250 ชิ้น
 251 - 300 ชิ้น

ราคาขั้นต่ำสำหรับพื้นที่ปัก 20 ตร.ซม. แรก (ขนาดกว้าง ประมาณ 10 ซม. สูง 2 ซม.)
18
15
13
10

หลังจากนั้นราคาเพิ่มขี้น 
50 สตางค์
50 สตางค์
25 สตางค์
25 สตางค์

ตร. ซม. ละ





ค่าบล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค
200 บาท / บล็อค







ราคา / 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 
จำนวนชิ้นงาน 

พื้นที่ปัก 1 ตร. ซม.
301 - 350 ชิ้น
351 - 400 ชิ้น
401 - 500 ชิ้น
500 ชิ้นขึ้นไป

ราคาขั้นต่ำสำหรับพื้นที่ปัก 20 ตร.ซม. แรก (ขนาดกว้าง ประมาณ 10 ซม. สูง 2 ซม.)
9
8
7
6

หลังจากนั้นราคาเพิ่มขี้น 
20 สตางค์
20 สตางค์
20 สตางค์
20 สตางค์

ตร. ซม. ละ





ค่าบล็อค
ฟรี
ฟรี
ฟรี
ฟรี

ตัวอย่างพื้นที่ปัก 20 ตร.ซม

วิธีคำนวนราคาปักคร่าวๆ
1. ประมาณแบบงานปักของท่านว่ามีพื้นที่กี่ตร. ซม. (เทียบกับแถบสีตัวอย่าง)
2. เทียบราคาตามตารางจากจำนวนงานปักของท่าน
ตัวอย่างการคำนวน
เราต้องการปักเสื้อตามตัวอย่าง "โลโก้ลด เลิก บุหรี่" ขนาดสูง 6 ซม. กว้าง 7.5 ซม. จำนวน 70 ตัว
1. ประมาณพื้นที่ปักได้ 40 ตร. ซม. 
2. เทียบราคาจากตาราง
   20 ตร.ซม. แรกเท่ากับ 15 บาท
   20 ตร.ซม. ต่อมา ตร.ซม. ละ 75 สตางค์ (20 x 75)
    ราคาต่อชิ้นเท่ากับ 30 บาท (15 + 15)
3. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่ากับ 30 x 70 เท่ากับ 2,100 บาท รวมค่าบล็อค 200 บาท

   รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,300 บาท

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การทำเคสโทรศัพท์ด้วยกระดาษทรานเฟอร์

ทุกวันนี้ธุรกิจเคสโทรศัพท์มือถือเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเคสมือถือสำหรับสมาร์ทโฟนสังกัดค่ายต่าง ๆ เช่น iOS หรือ Android ก็ตาม เนื่องจากคนส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้กันเเทบจะทุกเพศทุกวัน จึงทำให้สินค้าที่เป็น Accessories อย่างเคสโทรศัพท์ ถูกจัดหามาใช้กันอย่างมากมาย และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้ คือสามารถป้องกันการแตกร้าวเมื่อตกหล่น ป้องกันรอยขีดข่วน เพิ่มมูลค่าหรือบ่งบอกรสนิยมของผู้ใช้ เเละเพิ่มความสวยงามให้กับตัวโทรศัพท์ อีกทั้งยังมีประโยชน์ในแง่ธุรกิจต่อผู้ขาย เนื่องจากมีอัตรา การลงทุนที่ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับกำไรที่ได้ เพราะเป็นสินค้าที่ใช้คู่กับสมาร์ทโฟนที่มีราคาเเพงพอสมควร จึงทำให้สามารถอัพราคาขายได้อย่างสมเหตุสมผล
กระดาษทรานเฟอร์
ตามที่เราเห็นกันตามท้องตลาด ก็จะมีเคสโทรศัพท์มากมาย หลายยี่ห้อ หลายแบบ หลายประเภท และหลายลวดลาย เอาละค่ะ เราจะมาเข้าเรื่องของเรากันค่ะ นั้นคือลวดลายของเคสโทรศัพท์ที่เราเห็นกันอยู่มากมายตามท้องตลาด ในความเป็นจริงเเล้ว คุณ สามารถทำเองได้นะคะ หรือทำเพื่อขายเองก็ได้เช่นกันค่ะ และที่ขาดไม่ได้ คือคุณต้องใช้กระดาษทรานเฟอร์เป็นตัวพิมพ์ลวดลายเหล่านั้นลงบนเคส วันนี้ Bestsublimationthai.com จึงขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับการทำเคสโทรศัพท์ด้วยกระดาษทรานเฟอร์ และที่สำคัญขอขอบคุณข้อมูลจาก http://blog.coastalbusiness.com/making-custom-mobile-device-covers/

กระดาษทรานเฟอร์
1. เลือกเคสที่คุณต้องการ ตามยี่ห้อเเละรุ่นโทรศัพท์ สามารถหาซื้อแบบราคาส่งได้ตามตลาดของของราคาส่งทั่วไปเลยค่ะ (ประมาณโหลละ 500.-) และที่สำคัญคือกระดาษทราน เฟอร์ (สั่งซื้อได้จากเว็บBestsublimationthai.com เลยจ้า)
กระดาษทรานเฟอร์
2. ตกแต่งลวดลายผ่านโปรแกรมตกแต่งรูปภาพ และใช้แม่แบบหรือ Template ที่สอดคล้องกับเคสที่คุณเลือกใช้และออกแบบภาพของคุณเพื่อให้พอดีกับพื้นที่ที่ถูกต้อง (ดูวิธีการสร้างหรือดาวน์โหลด Template ตามขนาดความกว้าง ความยาว ตามแต่ละรุ่น โทรศัพท์ได้จากเว็บเลยจ้า http://www.ahoodie.com/2010/12/23/make-your-own-iphone-4-back-cover-tutorial)
กระดาษทรานเฟอร์
3. ใช้เครื่องพิมพ์แบบขนาดเล็กระเหิดด้วยหมึก Sawgrass เพื่อพิมพ์ภาพของคุณ
กระดาษทรานเฟอร์
4. แนบภาพของคุณกับกระดาษทรานเฟอร์โดยใช้เทปความร้อน เพื่อให้แน่ใจว่าภาพของคุณจะไม่ขยับ หรือเลื่อนตำแหน่งในขณะที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการกด ซึ่งอาจจะก่อ ให้เกิดความเบลอหรือมีเงา
กระดาษทรานเฟอร์
5. ใช้เครื่องกดความร้อนในการถ่ายโอนภาพจากกระดาษทรานเฟอร์ไปยังเคสโทรศัพท์
กระดาษทรานเฟอร์
6. แขวนไว้ให้แห้งด้วยไม้หนีบ หรือผึ่งไว้ เเค่นั้นก็ได้เคสตามใจคุณเเล้วละค่ะ

กระดาษทรานเฟอร์คืออะไร?

กระดาษทรานเฟอร์คืออะไร? กระดาษทรานเฟอร์ คือกระดาษประเภทหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และงานฝีมือต่าง ๆ ด้านการพิมพ์ภาพลงบนวัตถุใด ๆ เช่น การสกรีนเสื้อ การลอกลายลงบนพื้นผิววัสดุต่าง ๆ หรือที่เราพบเห็นทั่วไปตามท้องตลาดคือ การสกรีนลายเคสโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ความร้อนเป็นสื่อกลางในกระบวนการทำงานการถ่ายโอนภาพลงบนผืนกระดาษ ผืนผ้าใบ หรือพื้นผิวใด ๆ ที่สามารถพิมพ์ได้ ซึ่งกระดาษทรานเฟอร์สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างสรรค์งานพิมพ์เหล่านี้ได้ หรือเรียกงานพิมพ์ประเภทนี้ว่า iron-ons (iron-ons คืออะไร คลิก) และในปัจจุบันกระดาษทรานเฟอร์สำหรับใช้ในการสกรีนเสื้อมีอยู่หลายประเภท โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. กระดาษทรานเฟอร์อิงค์เจ็ท
กระดาษทรานเฟอร์สำหรับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ซึ่งจะไม่สามารถพิมพ์สีขาวได้ ดังนั้นสำหรับพื้นผิวที่มีสีขาว หากมีการถ่ายโอนความร้อนลงสู่พื้นผิวนั้นแล้วนั้น ภาพที่แสดงให้เห็นจะคล้ายกับการมองภาพผ่านกระจกเงา แต่สำหรับพื้นผิวที่มีสีเข้มจะทำงานตรงข้ามกัน

2. กระดาษทรานเฟอร์ซับลิเมชั่น
สำหรับกระดาษทรานเฟอร์ซับลิเมชั่น ถูกนำมาใช้ในการย้อมผ้า จำพวกผ้าโพลีเอสเตอร์ โพลีคอตตอน ไมโครไฟเบอร์ ไนลอน เป็นต้น โดยกระบวนการพิมพ์นี้ สีหมึกจะแปลเปลี่ยนเป็นก๊าซ แต่จะไม่ผ่านขั้นตอนที่เป็นของเหลวไป ซึ่งกระบวนการนี้หมึกจะมีความคงทนและยึดเกราะสูง จึงสามารถนำมาใช้ในงานฝีมือ อาทิเช่น งานเซรามิก งานไม้ แก้ว หรือโลหะ เป็นต้น

3. กระดาษทรานเฟอร์เลเซอร์
กระดาษทรานเฟอร์สำหรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ กระบวนการทำงานจะคล้ายคลึงกับกระบวนการพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท แต่เลเซอร์จะมีความคมชัด และรวดเร็วกว่า เพราะหลักการทำงานของเครื่องพิมพ์เลเซอร์คือการให้ความร้อน ในการหลอมละลายผงหมึก เพื่อฉาบลงไปบนกระดาษ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยึดเกาะบนเนื้อผ้าได้ด้วยตัวมันเอง การยึดเกาะยังต้องอาศัยฟิลม์ (โพลิเมอร์) เป็นตัวช่วยเช่นเดียวกับกระดาษทรานเฟอร์อิงค์เจ็ท ดังนั้นกระดาษทรานเฟอร์แบบเลเซอร์จึงคงต้องมีชั้นฟิลมม์โพลิเมอร์เคลือบอยู่เช่นเดียวกัน

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

หลายท่านที่ใช้งานเครื่องพิมพ์หรือปริ้นเตอร์ในงานซับลิเมชั่น แน่นอนว่าต้องเคยไปเลือกซื้อหมึกซับลิเมชั่นหรือเปลี่ยนกันบ่อย ๆ ใช่ไหมค่ะ ^^ และเคยสงสัยไหมค่ะว่า “CMYK” คืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายกันว่า CMYK คืออะไรค่า

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น เป็นระบบสีที่หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าคือระบบสีที่ประกอบอยู่ในหมึกซับลิเมชั่น ประกอบไปด้วยสีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. C cyan (ฟ้าอมเขียว)
2. M magenta (แดงอมม่วง)
3. Y yellow (เหลือง)
4. K key (ดำ)

หมึกซับลิเมชั่น 

สีทั้ง 4 นี้เชื่อหรือไม่คะว่า เมื่อนำมาผสมกันตามแต่ละสี สลับไปสลับมา จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสีเลยล่ะค่ะ สามารถนำมาใช้ในการพิมพ์สีต่าง ๆ ในงานซับลิเมชั่น ซึ่งปกติการเลือกใช้สีนั้น จะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบคือ CMYK และ RGB (Red, Green, Blue) ทั้ง 2 แบบนี้ สามารถแบ่งแยกประเภทการใช้งานได้ คือ ถ้าเป็นสีที่ต้องพิมพ์ออกมา ไม่ว่าจะพิมพ์ในรูปแบบใดก็ตาม จะต้องใช้ค่าสีของ CMYK แต่ถ้าต้องการสีที่แสดงผลออกทางหน้าจอ จะใช้ RGB เท่านั้น

ปัจจุบันหลักการดังกล่าวยังมีผู้มีความเข้าใจในส่วนนี้น้อยมาก เนื่องจากว่า นักออกแบบมือใหม่ เวลาต้องการจะทำงานประเภทสิ่งพิมพ์ รวมถึงงานซับลิเมชั่นในขั้นตอนการออกแบบ ก็มักตั้งค่าสีเป็น RGB เพราะว่าค่าสีดังกล่าวสีสดกว่า (เมื่อมองจากทางจอคอมพิวเตอร์) แต่เมื่อสั่งพิมพ์แล้ว ทำให้ค่าสีที่ออกมาผิดเพี้ยน มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสีที่เลือก เช่น เลือกสีแดง อาจจะได้สีชมพู เหลือสีม่วง อาจจะได้สีน้ำเงิน ดังนั้นผู้ที่ใช้โหมดสีควรจะทำความเข้าใจของงานให้มาก เพื่องานที่ออกมาจะได้ค่าสีที่ตรงกับความต้องการ เนื่องจากการกำหนดค่าสี RGB สามารถเลือกได้ถึง 2 สี - 16 ล้านสี (ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับปี 2545) โดยการเข้ารหัสสี สามารถเลือกเฉดสีได้ด้วยลักษณะของชุดรหัสตัวเลข 0-9 และ A-F ปนกันไปจนครบ 6 ตัวอักษรเท่านั้น เช่น 000000 = สีดำ FFFFFF = สีขาว FF0000 = สีแดง ดังนั้น ผู้ใช้สี สามารถกำหนดสีได้ต่างๆ มากมาย โดยใช้ตัวอักษรปะปนกันไป เพราะสามารถสร้างรูปแบบหรือกำหนดสีได้มากกว่า 16 ล้านรูปแบบ เช่น AC01B22, 522AA6, F2D3A0 โดยชุดดังกล่าวจะเป็นสีต่างๆ เพียงแค่กฎการใช้ คือใช้ตัวเลขใด ๆ ก็ได้ 0-9 แต่ต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร แต่ถ้าจะมีอักษรภาษาอังกฤษผสมด้วย ก็สามารถเอามาใช้ได้ แต่จะเลือกใช้ได้ตั้งแต่ A, B, C, D, E และ F เท่านั้น (นับตั้งแต่ตัว G ขึ้นไปจะไม่สามารถประเมินผลได้)

ในส่วนของ CMYK จะใช้หลักการเลือกสีรูปแบบเดียวกับ RGB แต่ว่าค่าสีจะถูกตัดออกไปเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้มีค่าสีอยู่แค่หลักร้อย หรือ พันกว่าสีเท่านั้น โดยที่ค่าสีของ CMYK จะตัดค่าสีที่ตาเรามองไม่เห็น หรือไม่สามารถแยกแยะออกถึงความใกล้เคียงกันมาเกินไปได้ อย่างในกรณีของใบไม้ ที่เราอาจจะมองว่าเป็นสีเขียว แต่ถ้าจะให้ระบุสีในใบไม้เดียวกันให้ใกล้เคียงที่สุด อาจจะได้คำตอบที่เป็น สีเขียว, เขียวแก่, เขียวแก่กว่า, เขียวอ่อน, เขียวอมเหลือง ฯลฯ เพราะในสายตาคนเรามักจะมองรูปแบบสีหลักๆ เท่านั้น ดังนั้นปัญหาเรื่องของสีโหมด CMYK จึงจะตัดค่าสีที่ห่างกันไม่มากออกไปเพียงเท่านั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบว่าเพราะอะไร เมื่อสั่งพิมพ์ภาพลงกระดาษทรานเฟอร์ในงานซับลิเมชั่น ด้วยการเลือกโหมดสีของขั้นตอนการออกแบบจากโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เป็น CMYK แล้ว ทำให้ได้สีสันที่สดใส สมจริง และไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเมื่อใช้หมึกซับลิเมชั่นคุณภาพดี ยิ่งทำให้งานที่ได้มีคุณภาพมากตามไปด้วย

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ร้านปักเสื้อ เชียงใหม่, รับปักอาร์ม เชียงใหม่, รับปักโลโก้ เชียงใหม่, รั...





ร้านปักเสื้อ เชียงใหม่, รับปักอาร์ม เชียงใหม่, รับปักโลโก้ เชียงใหม่, รับปักตราสัญลักษณ์ เชียงใหม่ รับปักธง เครื่องหมาย ผ้าขนหนู ปักหมวก รับทำเสื้อกลุ่ม ชมรม องค์กร บริษัทฯ โทร. 093-2451009

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

านปักเสื้อ เชียงใหม่, รับปักอาร์ม เชียงใหม่, รับปักโลโก้ เชียงใหม่, รับป...





ร้านปักเสื้อ เชียงใหม่, รับปักอาร์ม เชียงใหม่, รับปักโลโก้ เชียงใหม่, รับปักตราสัญลักษณ์ เชียงใหม่ รับปักธง เครื่องหมาย ผ้าขนหนู ปักหมวก รับทำเสื้อกลุ่ม ชมรม องค์กร บริษัทฯ โทร. 093-2451009

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ร้านปักเสื้อ เชียงใหม่, รับปักอาร์ม เชียงใหม่, รับปักโลโก้ เชียงใหม่, รั...





ร้านปักเสื้อ เชียงใหม่, รับปักอาร์ม เชียงใหม่, รับปักโลโก้ เชียงใหม่, รับปักตราสัญลักษณ์ เชียงใหม่ รับปักธง เครื่องหมาย ผ้าขนหนู ปักหมวก รับทำเสื้อกลุ่ม ชมรม องค์กร บริษัทฯ โทร. 093-2451009 http://www.webdesignchiangmai.com/logo-blog.html